ทันสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้า ข่าวสาร

น้ำมันแพง โอกาสดีที่จะเลิกสูบบุหรี่

ขับรถฟังวิทยุ มีแต่เรื่องน้ำมันแพง เข้าออฟฟิศเปิดดูหนังสือพิมพ์ ผลสำรวจโพลมีแต่คนอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศษรฐกิจ
ไม่เฉพาะน้ำมันแพง ไข่และสินค้าบริโภคอื่น ขยับขึ้นราคาทั้งแผง และสงครามตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยืดเยื้อแน่ ๆ

ผมนำผลสำรวจค่าใช้จ่ายซื้อบุหรี่ของคนไทย ที่สำรวจไว้เมื่อ พ.ศ.2564 มาให้ดู (ขอปัดเศษเอาเฉพาะตัวเลขกลม ๆ )
มีคนที่จนที่สุดเกือบ 5 แสนคน ที่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,043 บาท ใช้เงินซื้อบุหรี่มวนเดือนละ 629 บาท คิดเป็น 60% ของรายได้แต่ละเดือน
มีคนที่จน 5 แสนคน ที่รายได้เฉลี่ยเดือนละ 3,185 บาท ใช้เงินซื้อบุหรี่มวนเดือนละ 518 บาท คิดเป็น 16% ของรายได้แต่ละเดือน
มีคนรายได้ปานกลาง 1.0 ล้านคน ที่รายได้เฉลี่ยเดือนละ 6,532 บาท ใช้เงินซื้อบุหรี่ 624 บาท คิดเป็น 9.5% ของรายได้แต่ละเดือน

แม้ในภาวะปกติที่ไม่มีสงคราม ธนาคารโลก/ องค์การอนามัยโลก ก็ใช้สโลแกน “บุหรี่ ยิ่งสูบยิ่งจน” เพื่อให้คนจนเลิกสูบบุหรี่อยู่แล้ว
คนที่ยากจนเหล่านี้ หากเลิกสูบบุหรี่ได้ จะเป็นผลดีอย่างยิ่ง ที่เขาจะนำเงินค่าบุหรี่ไปใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นอื่นของตัวเขาและครอบครัว โดยเฉพาะในขณะที่ทุกอย่างแพงขึ้นในภาวะสงคราม รวมทั้งสุขภาพของเขาจะดีขึ้น ลดโอกาสที่จะเจ็บป่วย ซึ่งจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนยิ่งขึ้นไปอีก

จริง ๆ แล้ว คนที่ฐานะการเงินดีกว่านี้ ก็ควรที่จะเลิกสูบบุหรี่ เพราะเป็นการใช้เงินซื้อสิ่งที่มาทำลายสุขภาพของตัวเอง
การสูบบุหรี่ทุกชนิด เป็นการใช้สิ่งเสพติดที่ทำลายสุขภาพ ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อคนสูบ ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ
16 มีนาคม 2569
อ้างอิง:
การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย พ.ศ.2569
https://www.facebook.com/share/p/1GcHckhQ9t/